วันพุธที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2558

อนุทิน (Diary) ความรู้ Flash วันที่ 17/09/58

สรุปความรู้ที่ได้รับจากการเรียนทำโปรแกรม Flash CS6 วันที่ 17/09/58

ได้รับเทคนิคการทำลูกเล่นเพิ่มเติมคือ การเปลี่ยนสีตัวอักษรแบบคาราโอเกะ
โดยที่เมื่อทำเสร์จตัวอักษรจะวิ่งเปลี่ยนสีได้
และอาจารย์ได้สอนการทำปุ่มลิ้งค์ เพื่อลิ้งค์ Layer หนึ่ง ไปยังอีก Layer หนึ่ง
และสอนทำแบบทดสอบ ไว้ใช้ในการทำแผนการสอน

เทคนิคการทำลูกเล่นต่างๆในวันนี้ ค่อนข้างซับซ้อน เพราะมีการใส่ code แต่ก็สามารถทำมันได้ค่อนข้างพอใช้

การนำเสนอเทคนิคต่าง ๆ เกี่ยวกับโปรแกรม Flash CS6

ความรู้ที่ได้รับ

ได้รู้ถึงเทคนิคในการทำเอฟเฟกต่างๆ ใน Flash CS6 ได้แก่
1. เทคนิคการทำหิมะตก
2. เทคนิคการทำคำพูดลอยขึ้นมาจากรูปภาพ
3. เทคนิคการนำภาพมาใส่ในข้อความ
4. เทคนิคการคัดลอกลายการ์ตูน
5. เทคนิคการทำให้คนเดิน
6. เทคนิคการทำรถวิ่ง
7. เทคนิคการทำตัวอักษรให้เคลื่อนไหว

สิ่งที่อาจารย์แนะนำกับการทำงานกลุ่มของข้าพเจ้า

อาจารย์ได้ให้คำแนะนำให้รักษาระยะเลาในการนำเสนอและแบ่งหน้าที่ในกลุ่มให้ชัดเจน และกล่าวชมเชยเรื่องการใช้ศัพท์ภาษาอังกฤษที่ดี

วันพุธที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2558

อนุทิน (Diary) ความรู้ Flash

เปิดเข้าไปที่โปรแกรม Adobe Flash Professional CS6

ทำตัวอักษรเคลื่อนไหว
> เลือก ActionSript 2.0
จากนั้นสร้าง Layer
>เลือก Text Tool (T) เพื่อสร้างตัวอักษร (เปลี่ยนแบบอักษรและขนาดตามต้องการ โดยเข้าไปเปลี่ยนแบบอักษรได้ที่ช่อง Family ทางด้านขวามือของโปรแกรม)
>เมื่อจัดทำอักษรเสร็จให้เลือก Selection Tool (V)
>จากนั้นเลือก Modify >Convert to Symbol... >เลือก Type เป็น graphic >Registration กดจุดตรงกลาง
>จากนั้นไปที่ Timeline คลิ้กขวาไปที่เฟรม 50 >Insert Keyframe >เลื่อนแบบอักษรไปยังจุดที่ต้องการ >เลือกเฟรมที่ว่างเปล่าคลิ้กขวา Create Classic Tween >ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ จาก50 ไป เฟรมที่ 100,150 >จากนั้นกด Ctrl+Enter เพื่อดูตัวอย่าง

ทำรูปภาพเคลื่อนไหว
> เลือก ActionSript 2.0
จากนั้นสร้าง Layer
>เลือก File >Import >เลือกรูปภาพที่ต้องการ
>กดเมนู Free Tranform Tool (Q) เพื่อนปรับขนาดภาพ (ขณะปรับภาพกด Shift เพื่อให้ได้ขนาดภาพที่ถูกต้อง)
>จากนั้นเลือก Modify >Convert to Symbol... >เลือก Type เป็น graphic >Registration กดจุดตรงกลาง
>จากนั้นไปที่ Timeline คลิ้กขวาไปที่เฟรม 50 >Insert Keyframe >เลื่อนแบบอักษรไปยังจุดที่ต้องการ >เลือกเฟรมที่ว่างเปล่าคลิ้กขวา Create Classic Tween >ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ จาก50 ไป เฟรมที่ 100,150 >จากนั้นกด Ctrl+Enter เพื่อดูตัวอย่าง

(ถ้าต้องการให้ภาพหมุนขณะเคลื่อนไหวให้คลิ้กที่เมนู Rotate แล้วเลือกตามที่ต้องการ)

วันพุธที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ความรู้เกี่ยวกับสุขศึกษา

                             สุขบัญญัติแห่งชาติ 10 ประการ

สุขบัญญัติ คือ ข้อกำหนดที่เด็กและเยาวชน ตลอดจนประชาชนทั่วไปพึงปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอจนเป็นสุขนิสัยเพื่อ ให้มีสุขภาพดีทั้งร่างกาย จิตใจ และสังคม ดังนั้นการส่งเสริม สุขบัญญัติแห่งชาติจึงเป็นกลวิธีหนึ่ง ในการสร้างเสริมและปลูกฝังพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ เพื่อให้เด็กเยาวชน และประชาชนปฏิบัติเพื่อนำไปสู่การมีสุขภาพดี

                
แหล่งที่มาของภาพ http://goo.gl/iUuuqx

สุขบัญญัติแห่งชาติ 10 ประการ
ประกอบด้วย..
1.ดูแลรักษาร่างกายและของใช้ให้สะอาด
2.รักษาฟันให้แข็งแรงและแปรงฟันทุกวันอย่างถูกต้อง
3. ล้างมือให้สะอาดก่อนกินอาหารและหลังการขับถ่าย
4. กินอาการสุก สะอาด ปราศจากสารอันตราย และหลีกเลี่ยงอาหารรสจัดสีฉูดฉาด
5. งดบุหรี่ สุรา สารเสพติด การพนัน และการสำส่อนทางเพศ
6. สร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวให้อบอุ่น
7. ป้องกันอุบัติภัยด้วยการไม่ประมาท
8. ออกกำลังกายสม่ำเสมอและตรวจสุขภาพประจำปี
9. ทำจิตใจให้ร่าเริงแจ่มใสอยู่เสมอ
10.มีสำนึกต่อส่วนรวม ร่วมสร้างสรรค์สังคม

แนวทางปฏิบัติขั้นพื้นฐานตามสุขบัญญัติแห่งชาติ


1. ดูแลรักษาร่างกายและของใช้ให้สะอาด
    (1) อาบน้ำให้สะอาดทุกวันอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง
    (2) สระผมอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง
    (3) ตัดเล็บมือ เล็บเท้าให้สั้นอยู่เสมอ
    (4) ถ่ายอุจจาระเป็นเวลาทุกวัน
   (5) จัดเก็บของใช้ให้เป็นระเบียบ


2.รักษาฟันให้แข็งแรงและแปรงฟันทุกวันอย่างถูกต้อง
(1) ถูฟันหรือบ้วนปากหลังกินอาหาร
(2) หลีกเลี่ยงการกินลูกอม ลูกกวาด ทอฟฟี่ เป็นต้น
(3) ตรวจสุขภาพในช่องปากอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง
(4) แปรงฟันทุกวันอย่างถูกวิธีอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ในตอนเช้าและก่อนนอน
(5) ห้ามใช้ฟันกัด ขบเคี้ยวของแข็ง

 3. ล้างมือให้สะอาดก่อนกินอาหารและหลังการขับถ่าย
(1) ล้างมือให้สะอาดก่อนอย่างถูกวิธี
(2) ล้างมือบ่อย ๆ จนเป็นนิสัย
     •ก่อนเตรียมและปรุงอาหาร
     •ก่อนกินอาหาร
     •หลังหยิบจับสิ่งสกปรก จับต้องสัตย์เลี้ยง
     •หลังใช้ห้องน้ำห้องส้วม
     •หลังกลับจากโรงเรียนและกลับจากนอกบ้าน

 4. กินอาหารสุก สะอาด ปราศจากสารอันตราย และหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด สีฉูดฉาด
(1) เลือกซื้ออาหารที่สด สะอาด ปราศจากสารอันตราย
(2) กินอาหารที่มีการเตรียม การประกอบอาหาร และใส่ในภาชนะที่สะอาด
(3) กินอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ
(4) ไม่กินอาหารที่ใส่สี มีสารอันตราย เช่น สีย้อมผ้า ยากันบูด ผงชูรส บอแรกซ์ ยาฆ่าแมลง ฟอร์มาลีน เป็นต้น
(5) กินอาหารให้เป็นเวลา
(6) กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ในปริมาณที่พอเหมาะ
(7) ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เช่น น้ำประปา น้ำต้ม น้ำฝน น้ำที่ผ่านการกลั่นกรอง น้ำกลั่น น้ำที่ผ่านกระบวนการผลิตอย่างถูกวิธี เป็นต้น
(8) หลีกเลี่ยงอาหารรสหวานจัด เค็มจัดเปรี้ยวจัด เผ็ดจัด และของหมักดอง
(9) หลีกเลี่ยงของกินเล่น

5. งดบุหรี่ สุรา สารเสพติด การพนัน และการสำส่อนทางเพศ
(1) งดบุหรี่ สุรา สารเสพติด การพนัน
 2) สร้างเสริมค่านิยม รักเดียวใจเดียว รักนวลสงวนตัว ไม่ชิงสุกก่อนห่าม (มีคู่ครองเมื่อถึงเวลาอันควร)

6. สร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวให้อบอุ่น
(1) สมาชิกในครอบครัวช่วยเหลือกันทำงานบ้าน
(2) มีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นในครอบครัว
(3) มีการปรึกษาหารือกับสมาชิกในครองครัวเมื่อมีปัญหา
(4) เผื่อแผ่น้ำใจไมตรีให้กับสมาชิกในครอบครัว
(5) มีกิจกรรมรื่นเริงสังสรรค์และพักผ่อนภายในครอบครัว

7. ป้องกันอุบัติภัยด้วยการไม่ประมาท
(1) ระมัดระวังในการป้องกันอุบัติภัยภายในบ้าน เช่น ไฟฟ้า เตาแก๊ส ของมีคม จุดธูปเทียนบูชาพระ ไม้ขีดไฟ เป็นต้น
(2) ระมัดระวังในการป้องกันอุบัติภัยในที่สาธารณะ เช่น ปฏิบัติตามกฎแห่งความปลอดภัยจากการจราจรทางบก ทางน้ำ ป้องกันอันตรายจากโรงฝึกงาน ห้องปฏิบัติการ เขตก่อสร้าง หลีกเลี่ยงการชุมนุมห้อมล้อมในขณะเกิดอุบัติภัย

8. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และตรวจสุขภาพประจำปี
 (1) ออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง
 (2) ออกกำลังกายและเล่นกีฬาให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายและวัย
 (3) เล่นกีฬาหรือออกกำลังกายอย่างสนุกสนาน
 (4) ตรวจสุขภาพโดยแพทย์ หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

 9. ทำจิตใจให้ร่าเริงแจ่มใสอยู่เสมอ
(1) พักผ่อนให้เพียงพอ
(2) เมื่อมีปัญหาไม่สบายใจ ควรหาทางผ่อนคลายโดยการปรึกษาผู้ใกล้ชิดที่ไว้ใจได้หรือเข้าหาสิ่งบันเทิงใจ เช่น เล่นกีฬา ฟังเพลง ดูภาพยนตร์ เป็นต้น
(3) ช่วยเหลือผู้อื่นที่มีปัญหา
(4) มองโลกในแง่ดี คิดในแง่บวก รู้จักการให้อภัย

10. มีสำนึกต่อส่วนรวม ร่วมสร้างสรรค์สังคม
(1) ใช้ทรัพยากรอย่างประหยัด
(2) อนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม เช่น ชุมชน ป่า น้ำ สัตว์ป่า เป็นต้น
(3) ทิ้งขยะในที่รองรับ
(4) หลีกเลี่ยงการใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ก่อให้เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม เช่น พลาสติก สเปรย์ เป็นต้น
(5) มีและใช้ส้วมที่ถูกสุขลักษณะ
(6) มีการกำจัดน้ำทิ้งในครัวเรือนและโรงเรียนที่ถูกต้อง

ที่มาของข้อมูล http://kwanrudeepublichealth.blogspot.com/2011/09/10.html



แหล่งที่มาของคลิป https://youtu.be/F3H-Ks6-_Tg

ความรู้กีฬาว่ายน้ำ

 กีฬาว่ายน้ำ (Swimming)

ประวัติกีฬาว่ายน้ำ 

          ประวัติกีฬาว่ายน้ำ เริ่มมีการแข่งขันครั้งแรก พ.ศ. 2416 (ค.ศ. 1873) ที่วูลิช บาร์ท ใกล้กับกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยกติกาการแข่งขันจะว่ายแบบใดก็ได้ ขอให้ถึงเส้นชัยเป็นพอ และหลังจากการแข่งขันครั้งนี้จบลง ประชาชนก็สนใจกีฬาว่ายน้ำมากขึ้น จนถูกบรรจุในการแข่งขันโอลิมปิกครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ. 2436 (ค.ศ. 1893) จวบจนทุกวันนี้

          สำหรับกีฬาว่ายน้ำในประเทศไทย มีการจดทะเบียนสมาคมว่ายน้ำสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ต่อกรมตำรวจเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2502 โดยมี พล.ร.ท.สวัสดิ์ ภูติอนันต์ เป็นนายกสมาคมฯ คนแรก ก่อนที่จะเข้ามาเป็นสมาชิกของสหพันธ์ว่ายน้ำนานาชาติ ปี 2504

          อย่างไรก็ตาม ปี 2548 สมาคมว่ายน้ำสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ก็ได้เปลี่ยนชื่อเป็น สมาคมว่ายน้ำแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนกีฬาทางน้ำหลายชนิดทั้งว่ายน้ำ, กระโดดน้ำ, โปโลน้ำ และระบำใต้น้ำ

          ส่วนการแข่งขันกีฬาว่ายน้ำในปัจจุบัน มีการแข่งขันกันหลากหลายประเภท แยกประเภทการแข่งขันจากท่าการว่าย, ระยะทาง, การว่ายคนเดียวหรือการว่ายเป็นทีม (ว่ายผลัด) ด้วยเหตุนี้เอง จึงสามารถกระจายการชิงเหรียญทองในการแข่งขันไปได้มาก อย่างโอลิมปิก 2012 ครั้งล่าสุด มีการชิงเหรียญทองกันถึง 34 เหรียญกันเลยทีเดียว

   
แหล่งที่มาของภาพ http://hilight.kapook.com/img_cms2/user/ratthakorn/variety/swimming04.jpg
สำหรับท่าการว่ายในการแข่งขันว่ายน้ำ มีอยู่ 4 ท่าด้วยกัน ได้แก่

           ท่าฟรีสไตล์ เป็นท่าว่ายอย่างไรก็ได้ ขอให้ต่างจากท่าผีเสื้อ ท่ากบ และท่ากรรเชียง ซึ่งส่วนมากที่เห็นกันคือ การสาวมือว่ายสลับกันไปมาซ้ายขวา

           ท่าผีเสื้อ เป็นการว่ายแบบคว่ำหน้า มือทั้งสองข้างจะต้องยกเหนือน้ำพร้อมกัน

           ท่ากบ เป็นท่าว่ายแบบคว่ำหน้า มือทั้งสองข้างต้องพุ้งไปข้างหน้าพร้อมกัน ส่วนข้อศอกอยู่ใต้ผิวน้ำ พร้อมกับเตะเท้าไปด้านหลังด้วย ถือว่าเป็นท่าที่ว่ายได้ช้าที่สุด

           ท่ากรรเชียง เป็นท่าว่ายแบบนอนหงาย มือสองข้างสลับกันสาวน้ำ เพื่อให้เคลื่อนตัวไปข้างหน้า
ที่มาของข้อมูล http://hilight.kapook.com/view/87198



แหล่งที่มาของวิดิโอ https://youtu.be/MuS34oqiZ_0

ความหมายของนวัตกรรม

นวัตกรรม 

นวัต = สิ่งที่ใหม่
กรรม = การกระทำ
รวม คือ การกระทำสิ่งที่ใหม่ สิ่งสร้างขึ้นใหม่อย่างสร้างสรรค์ เช่น นวัตกรรมการศึกษาที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาการศึกษา

แหล่งที่มาของรูป http://edu.pcru.ac.th/edu2012/pcru/page/itsarapron2/images/gg.jpg



ที่มาของวิดิโอ https://youtu.be/dznbk0PyeN0